วิตามินบี 3 หรือไนอาซิน

     vitamin-b31 วิตามินบี 3 หรือไนอาซิน (Niacin) เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ มีสภาพคงทนกว่าวิตามินบี 1 และ บี 2 หลายเท่าตัว มีความทนทานต่อความร้อน แสงสว่าง กรด ด่าง ไนอาซินเป็นวิตามินตัวเดียวที่ร่างกายสังเคราะห์ได้จากกรดอะมิโน คือ ทริปโตฟาน (Tryptophan) โดยที่ทริปโตฟาน 60 มิลลิกรัม จะให้ไนอาซิน 1 มิลลิกรัม

       ประโยชน์ต่อร่างกาย
       – มีส่วนร่วมในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน
       – ช่วยควบคุมการทำงานของสมองและระบบประสาท
       – ช่วยรักษาสุขภาพของผิวหนัง ลิ้น และเนื้อเยื่อของระบบย่อยอาหาร
       – จำเป็นสำหรับการสังเคราะห์ฮอร์โมนเพศ
       – ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
       
       
แหล่งที่พบ
       
เนื้อสัตว์ เนื้อปลา เป็ด ไก่ ถั่ว เครื่องในสัตว์ มันฝรั่ง ธัญพืช นม ยีสต์ ไข่ ผักสีเขียว
       

       
ปริมาณที่แนะนำ
       นิยมใช้คำว่า “niacin equivalent” ซึ่งรวมถึงปริมาณไนอาซินที่บริโภคในอาหาร และที่ร่างกายสังเคราะห์ได้ ปริมาณที่แนะนำให้บริโภคในแต่ละวัน คือ 6-19 มิลลิกรัม แตกต่างกันไปตามอายุ เพศ และปัจจัยอื่นๆ
       บางกรณีที่ร่างกายจะต้องการไนอาซินเพิ่มขึ้น เช่น การเจ็บป่วย ความเครียด เด็กในระยะกำลังเจริญเติบโต ผู้สูงอายุ สตรีตั้งครรภ์ สตรีให้นมบุตร เป็นต้น
       อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อถกเถียงเรื่องการใช้ไนอาซินระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากยังขาดการวิจัยทางด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่เพียงพอ

       ผลของการขาด
       การขาดไนอาซินจะทำให้เกิดโรคเพลลากรา (pellagra) จะมีอาการเกี่ยวกับทางเดินอาหาร ผิวหนัง และระบบประสาท
       – อาการเกี่ยวกับทางเดินอาหาร คือ ปากและลิ้นอักเสบ แสบร้อนในคอ เบื่ออาหาร ท้องอืดแน่นท้อง อาหารไม่ย่อย คลื่นไส้อาเจียน หรือท้องเดิน
       – อาการทางผิวหนัง คือผิวหนังอักเสบแบบเดียวกันทั้งสองข้างของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณที่ถูกแสงแดด ความร้อน เช่น ที่มือ แขน หน้า ลำคอ และเท้า ตอนแรกจะเป็นผื่นแดงคล้ายถูกแดดเผา ถ้าไม่รีบรักษาจะทำให้ผิวหนังอักเสบมากขึ้น มักจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย ในรายที่เป็นเรื้อรังผิวจะหนา เป็นร่อง มีสีเข้มขึ้น แห้งแตกเป็นเกล็ด ลอก และมีสะเก็ดเป็นบริเวณกว้าง
       – อาการทางระบบประสาท จะมีอาการปวด มึนศีรษะ หงุดหงิด นอนไม่หลับ กังวล ซึมเศร้า ความจำเสื่อมและสับสน มีอาการแบบประสาทหลอน หากเป็นมากอาจวิกลจริต หรือมีความพิการทางสมอง
       
       
ผลของการได้รับมากเกินไป
     vitamin-b3_2  หากได้รับในปริมาณมาก คือ 100 มิลลิกรัม หรือมากกว่า จะมีผลข้างเคียง คือ ผิวหนังจะคันและแดง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน และท้องร่วง และหากได้รับในปริมาณสูงมากๆ จะทำให้เป็นพิษกับตับ ผู้ที่เป็นโรคตับไม่ควรรับประทานวิตามินบี 3 เสริม สำหรับผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหาร ก็จะทำให้อาการแย่ลง นอกจากนี้ ยังทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดและกรดยูริกสูงขึ้น จึงไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานและโรคเกาต์เช่นกัน สำหรับผู้ป่วยต้อหินควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
       
       
อาหารหรือสารต้านฤทธิ์
       – ผู้ที่บริโภคข้าวโพดเป็นอาหารหลัก มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคเพลลากรา เพราะข้าวโพดมีทริปโตฟานต่ำ และไนอาซินในข้าวโพดอยู่ในสภาพที่ไปรวมตัวกับสารอื่น ซึ่งร่างกายของคนไม่มีน้ำย่อยที่จะย่อยไนอาซินให้อยู่ในรูปอิสระเพื่อจะดูดซึมนำไปใช้ประโยชน์ได้
       – ผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำ หรือเป็นโรคตับแข็ง จะทำให้ร่างกายดูดซึมไนอาซินได้น้อยลง
       
ผู้ที่เป็นวัณโรคของลำไส้ โรคลำไส้อักเสบ และท้องร่วงเรื้อรัง จะทำให้มีการย่อยและดูดซึมไนอาซินน้อยลง
       – ผู้ที่เป็นโรคขาดโปรตีนและพลังงาน นอกจากอาหารที่ได้รับจะมีไนอาซินและทริปโตฟานต่ำแล้ว การดูดซึมไนอาซินของร่างกายจะลดลงด้วย

 

(เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่า ..คลิก..เลยครับ)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: