อุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องเวรกรรม เราป้องกันได้

 

ผู้ดื่มแอลกอฮอล์มีโอกาสประสบอุบัติเหตุทางถนนและได้รับบาดเจ็บมากกว่าผู้ไม่ดื่มถึง 6.6 เท่า และมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าถึง 9.6 เท่า ในแต่ละปีคนไทยได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุโดยมีสาเหตุจากแอลกอฮอล์ ถึง 72,000 คน คิดเป็น 45% ของผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทั้งหมด

เกิดอะไรขึ้นถ้าดื่มแล้วขับ

.- อาการมึนเมา สมรรถนะในการขับรถลดลง โดยแอลกอฮอล์ที่เพิ่มมากขึ้น จะทำให้ทักษะการควบคุมรถ และความสามารถในการขับรถยิ่งลดลง เช่น การเบรก การเข้าเกียร์ การตัดสินใจ การตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ช้าลงกว่าปกติถึง 8 เท่า

.- อาการคึกคะนอง ผู้ขับขี่ที่ดื่มสุราส่วนใหญ่มักมีพฤติกรรมไม่ป้องกันตนเอง และสร้างความเดือดร้อนต่อผู้อื่น เช่น ไม่สวมหมวกนิรภัย ขับรถเร็ว ฝ่าฝืนกฎจราจร ขับรถย้อนศร ขับรถส่ายไปมา เป็นต้น

.- ถูกจับดำเนินคดีตามกฎหมาย หากผู้ขับขี่รถมีแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ต้องระวังโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกคุมความประพฤติ

 การขับรถเร็วกว่ากำหนด คือสาเหตุของอุบัติเหตุรองลงมาจากการเมาแล้วขับ ความรุนแรงของอุบัติเหตุขึ้นอยู่กับการใช้ความเร็วในการขับรถที่ทำให้แรงตรงจุดประทะแตกต่างกัน

                ความเร็ว 30 กม./ช.ม.                 มีโอกาสทำให้เสียชีวิต  5%

                ความเร็ว 50 กม./ช.ม.                 มีโอกาสทำให้เสียชีวิต 45%

                ความเร็ว 60 กม./ช.ม.                 มีโอกาสทำให้เสียชีวิต 90%

ซึ่งมีความรุนแรงเท่ากับตกจากตึกสูง 5 ชั้น ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ประสบเหตุช่วงความเร็วดังกล่าว มีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่ขับรถด้วยความเร็ว 30 ก.ม./ช.ม. ถึง 20 เท่า

                ปกติคนเราต้องการพักผ่อนวันละ 7-8 ชม. หากน้อยกว่านี้จะทำให้สมรรถภาพในการขับขี่รถยนต์น้อยลง การอดนอน มีผลต่อการขับรถเหมือนกับคนที่มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดถึง 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งตามกฎหมายถือว่า เมา

            หากรู้ตัวว่าต้องขับรถควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจทำให้เกิดอาการง่วงนอน ดังนี้

… ไม่ควรกินยาแก้หวัด ยาแก้ภูมิแพ้ ก่อนขับรถเด็จขาด

… หากอดนอนอยู่แล้ว อย่าดื่มแอลกอฮอล์แม้เพียงเล็กน้อย

… หากเป็นคนที่ง่วงนอนง่าย นอนกรน และอ้วน ควรหลีกเลี่ยงการขับรถโดยลำพัง

… หากรู้ตัวว่าง่วงนอนให้จอดแวะเข้าปั้ม ที่พักริมทาง เพื่อล้างหน้าหรือพักหลับประมาณ 15 นาที

                ในกรณีที่ขับรถคนเดียวและมีอาการง่วงนอนมาก แต่ไม่สามารถจอดแวะข้างทางได้ให้จับจุด เช่น หลังศีรษะ ใต้จมูก หรือใช้ปลายเล็บนิ้วโป้งจิกลงบนปลายเล็บนิ้วก้อย หรือใช้วิธีบีบหัวนมตัวเองแรงๆ

                รถจักรยายยนต์เป็นยานพาหนะที่มีความเสี่ยงสูงต่อการได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมากกว่ารถยนต์ถึง 10-50 เท่า ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์มีมากถึงชั่วโมงละ 1 คน ทีเดียว

                สาเหตุของการเสียชีวิตดังกล่าวเกิดจากผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย เพราะกว่าร้อยละ 80 ของผู้เสียชิวิตมักได้รับบาดเจ็บจากการที่ศีรษะกระแทกพื้น สมองช้ำ สมองบวมและเลือดออกในสมอง

                ดังนั้น ทุกครั้งที่ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ควรสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง โดยปฏิบัติคังนี้

!             เลือกใช้หมวกที่มีขนาดพอดีกับศีรษะ มีเครื่องหมาย มอก. กำกับ และคาดสายรัดคางให้แน่นทุกครั้ง

!          เลือกใช้หมวกนิรภัยที่มีสีสันสดใส เพื่อจะได้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

!             ควรเลือกใช้หมวกนิรภัยชนิดเต็มศีรษะ เพราะสามารถป้องกันและลดบาดเจ็บที่ใบหน้าได้

!             ไม่ควรมีทัศนคติที่ผิดๆ เกี่ยวกับสวมหมวกนิรภัย เช่น ใกล้ ๆ แค่นี้ไม่จำเป็นต้องใส่ก็ได้ เป็นต้น

!             ท่านผู้ปกครองควรให้ความสำคัญต่อการสวมหมวกนิรภัยในเด็กด้วย โดยเลือกหมวกที่มีขนาดเหมาะสมกับศีรษะของเด็ก

               ยางอ่อนช่วยให้รถเกาะถนน

               หลายคนมักมีความเชื่อว่าการเติมลมยางให้อ่อนกว่ามาตรฐาน 1-2 ปอนด์ ช่วยให้รถเกาะถนนและขับนิ่มขึ้น ทั้งที่ตามความจริงแล้ว ลมยางที่อ่อนกว่ามาตรฐาน นอกจากจะทำให้หน้ายางด้านนอกสึกมากกว่าด้านในแล้ว ยังเพิ่มโอกาสให้เกิดยางระเบิดมากกว่าปกติด้วย

               เปิดไฟฉุกเฉินเวลาข้ามทางแยก

               กรณีนี้รถทั้งด้านซ้ายและด้านขวา จะเห็นเพียงสัญญาณไฟเลี้ยวด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น และอาจเกิดความเข้าใจผิดคิดว่ารถเลี้ยว ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ทางที่ปลอดภัยควรชะลอและหยุดมองจนแน่ใจว่าทั้งด้านซ้ายและด้านขวาไม่มีรถแล้ว จึงจะขับรถข้ามไปได้

               สอดมือหมุนพวงมาลัย

               การหงายมือแล้วสอดเข้าไปจับพวงมาลัย เพื่อหมุนเข้าหาตัวอาจทำให้รู้สึกเบากว่าการจับแบบคว่ำมือ แต่ก็มีอันตรายมากกว่า เพราะหากล้อหน้าเกิดสะดุดอาจทำให้มือหลุดออกจากพวงมาลัยได้ และดึงมือออกมาไม่ทัน ทำให้พวงมาลัยตีกลับอย่างแรงได้ วิธีที่ถูกต้องควรจับพวงมาลัยที่ตำแหน่ง 3 และ 9 นาฬิกา จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น

(เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม คลิกดู เลยครับ)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: